อะไรคือที่มาของคำว่า ‘Minimal Japanese style’ จนเกิดเป็นไอเดียจุดประกายมาถึงประเทศไทย


www.independent.co.uk

ภาพยนตร์เรื่อง “ฮาวทูทิ้ง…ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ” ของผู้กำกับเต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ที่เข้าฉายมาแล้วตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา แต่ก็เป็นการตอกย้ำกระแส “มินิมอล” หรือ Minimalism ในประเทศไทยได้อีกครั้ง หลังจากที่กระแสเข้ามาได้สักพักใหญ่แล้ว

“มินิมอล” คืออะไร? หลักง่ายๆ อย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจก็คือ การโยนสิ่งของที่ไม่จำเป็นทิ้งไป เหลือแค่ของใช้จำเป็นที่เราใช้จริงๆ เท่านั้น แต่รู้มั้ยว่ากระแสมินิมอลที่ว่ามานี้มาจากไหน เกิดขึ้นได้เพราะอะไร และทำไมถึงมีอิทธิพลในไทยนัก

www.independent.co.uk

ก่อนหน้านี้เราอาจจะเคยเห็นข่าวมาบ้างเกี่ยวกับ “Marie Kondo” ซึ่งเธอโด่งดังมาจากการเขียนหนังสือเกี่ยวกับการจัดเก็บบ้าน “The Life-Changing Magic of Tidying Up” จนทำให้กลายเป็นคัมภีร์แห่งการจัดบ้านในญี่ปุ่น และประเทศพัฒนาอื่นๆ อยู่ไม่น้อย นับตั้งแต่ปี 2011 กับฉายาที่เรียกเธอว่า Konmari

www.independent.co.uk
  • “มินิมอล” รากเหง้าชาวญี่ปุ่นตั้งแต่สมัย “พุทธศาสนานิกายเซน”

แต่ก็ยังมีอีกหลายเสียงจากผู้เชี่ยวชาญที่ยืนยันว่า “มินิมอล” ในคอนเซ็ปต์ “less is more” นั้นอยู่คู่เป็นรากเหง้าของชาวญี่ปุ่นมาตั้งนมนานแล้ว ตั้งแต่ช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 ในสมัย “พุทธศาสนานิกายเซน” ซึ่งเป็นนิกายในศาสนาพุทธฝ่ายมหายาน นับถือกันอย่างแพร่หลายในแถบเอเชียตะวันออก (จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี)

โดยพุทธศาสนานิกายเซนนั้นปลูกฝังถึงความเรียบง่าย ความอิงแอบกับธรรมชาติมากกว่าวัตถุ ซึ่งหากมาผนวกกับคำสาปของดินแดนอาทิตย์อุทัยที่มีแต่ภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นเกือบจะทุกปีนั้น โดยเฉพาะแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเป็นประจำ จึงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่ชาวญี่ปุ่นควรจะมีสิ่งของ หรือทรัพย์สินล้ำค่ามากมายอยู่ในบ้าน

www.independent.co.uk

เคยมีนักจัดบ้านชื่อดังของญี่ปุ่นพูดถึงเหตุการณ์ที่อาจมีส่วนเปลี่ยนแนวคิดของชาวญี่ปุ่นให้ยึดถือความมินิมอลมากขึ้นในปัจจุบัน นั่นคือ เหตุการณ์แผ่นดินไหวในปี 2011 ขนาดความรุนแรงมากถึง 9.0 แมกนิจูด และเกิดสึนามิจนทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 20,000 ราย ซึ่งเกือบ 50% ผู้คนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเกิดจากสิ่งของภายในบ้านที่ตกใส่

www.independent.co.uk

ทั้งนี้ จากตำราของชาวญี่ปุ่นมากมายให้ความหมายของคำว่า “มินิมอล” ว่าที่แท้ต้องเป็นแบบไหนกันแน่? สไตล์แบบมินิมอลญี่ปุ่นที่เห็นได้ชัดๆ ก็คือ บ้านที่มีโทนสีอิงตามธรรมชาติ สีขาว ฟ้า น้ำตาลไม้ ครีม หรือสีแบบเรียบๆ สบายตาให้ความรู้สึกสงบ จำนวนสิ่งของต้องมีชิ้นเดียวอย่างเดียว หรือตามจำนวนสมาชิกในบ้านจริงๆ ซึ่งนั่นก็หมายถึงการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นตามด้วย ไม่ใช่ผลพลอยได้จากการได้พื้นที่อเนกประสงค์เพิ่มเท่านั้น

www.independent.co.uk

สำหรับประเทศไทย ซึ่งมีความใกล้ชิดรู้สึกแน่นแฟ้นกับความเป็นญี่ปุ่นมานาน จากการรับอิทธิพลทางความคิด, พฤติกรรม, แฟชั่น, สิ่งบันเทิง และ how to ต่างๆ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ไทยจะชื่นชอบและรับอิทธิพลความมินิมอลแบบญี่ปุ่นมากกว่ามินิมอลในแถบประเทศอื่น ซึ่งก็มีอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกา

ขณะเดียวกันในปัจจุบันกระแสมินิมอลยังไม่จางหายไปไหน เห็นได้จากกลยุทธ์การตลาดแบบมินิมอลในไทยเพื่อต้องการสร้าง value ให้กับสินค้า/ธุรกิจก็ยังสามารถดึงดูดลูกค้าได้ไม่น้อย อย่างธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่น และร้านกาแฟ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่ใช้ความมินิมอลไสตล์มาปรับใช้มากที่สุด

www.dezeen.com

 

ที่มา : reuters, independent


prakai
'ชีวิต' ต้องมีสีสันหลากหลาย เหมือนกับความรู้ที่มีหลายมิติ ทั้งไลฟ์สไตล์, การตลาด, ดิจิทัล, ประเพณี-วัฒนธรรม