ทางเลือกสร้างรายได้ในยุคที่หาเงินทองยาก พร้อมแผนให้บริการใหม่ช่วยสร้างรายได้ให้คนตัวเล็ก


ในยุคที่หลายงานมีความเสี่ยงสูง อันเนื่องมาจากปัญหาวิกฤตโรคระบาด การหารายได้เสริมหรือการสร้างรายได้ใหม่ดูเหมือนจะเป็นทางออกที่หลายคนกำลังมองหา แต่อย่างที่ทราบว่าธุรกิจทุกวันนี้ โดยเฉพาะธุรกิจที่ได้รับผลกระทบต่างมองวิธีการลดคนออกมากกว่ารับคนเข้า อีกทั้งยังมีคนที่ว่างงานเดิมอยู่แล้วและเด็กจบใหม่ที่ค่อยๆ ทยอยออกสู่ตลาด ส่งผลให้การหางานกลายเป็นเรื่องยากเพิ่มทวีคูณ

Rider หรือผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับส่งอาหาร Food Delivery จึงกลายเป็นอาชีพเสริมและหลายคนจะเป็นอาชีพหลักในยุคที่การหางานยากมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง Rider ประสบปัญหารายได้เช่นกัน แม้ธุรกิจ Food Delivery จะมีอัตราการเติบโต ส่วนหนึ่งเป็นเพราะจำนวน Rider ที่เพิ่มมากขึ้น ก่อให้เกิดการแย่งงานและไม่สามารถกระจายงานได้ทั่วถึง อีกทั้งรายได้ของ Rider ยังสิ้นเปลืองไปกับค่าน้ำมันและค่าบำรุงดูแลรักษารถจักรยานยนต์

Robinhood ผู้ให้บริการ Food Delivery ที่ไม่คิดค่า GP กับร้านค้า จึงได้เปิดตัวแอปพลิเคชั่นสำหรับ Rider รวมถึงชุดยูนิฟอร์มใหม่ ซึ่งตอบโจทย์มาตรฐานการให้บริการของ Robinhood นอกจากนี้ยังใส่ใจอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการจับมือกับพันธมิตรอีก 2 รายในการให้บริการเช่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับ Rider Robinhood ชนิดที่ค่าเช่าถูกกว่าค่าน้ำมัน 2 ถังเลยทีเดียว

 

Robinhood แอปพลิเคชั่นเพื่อคนตัวเล็ก

โดยพี่โจ้ คุณธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานกรรมการ บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด ผู้พัฒนาและให้บริการ “โรบินฮู้ด (Robinhood)” ชี้ว่า Robinhood มีเป้าหมายมุ่งช่วยเหลือร้านอาหารโดยเฉพาะร้านเล็กๆ ด้วยการไม่เก็บค่า GP แม้แต่บาทเดียวและมีนโยบายที่จะไม่เก็บตลอดไป ทำให้ปัจจุบันเรามีร้านอาหารที่ให้ความสนใจและเปิดให้บริการบนแพลตฟอร์มกว่า 97,000 ร้าน โดยคาดว่าจะถึง 1 แสนร้านค้าภายในสิ้นเดือนมิถุนายน 2564

นอกจากร้านค้าแล้วอีกหนึ่งคนตัวเล็กที่มีความสำคัญกับธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี คือ “คนส่งอาหาร” หรือ Rider จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เป็นผู้ส่งความสุขผ่านอาหารให้กับลูกค้า Robinhood กว่า 1.1 ล้านคน ซึ่งตลอดระยะเวลา 8 เดือนที่ผ่านมามีการฝึกอบรมมาตรฐานการให้บริการของ Rider อย่างเข้มข้น ทำให้ Robinhood Rider กว่า 15,000 คน ได้รับการตอบรับและเสียงชื่นชมจากทั้งลูกค้าและร้านค้าว่าเป็น “สุภาพบุรุษไรเดอร์” ซึ่งได้กลายเป็นจุดแข็งที่สร้างความแตกต่างให้กับ Robinhood

ทำให้ Robinhood นอกจากเข้ามาช่วยร้านอาหารแล้ว ยังต้องการช่วยแก้ Pain Point ทั้ง 4 ด้านให้กับ Rider เพื่อให้สามารถรับรายได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่มีการหักเปอร์เซ็นต์แม้แต่บาทเดียว, ได้เงินจากการวิ่งงานส่งอาหารภายในวันเดียวกัน, มีประกันคุ้มครอง 24 ชั่วโมง และการมีระบบการจ่ายงานที่กระจายอย่างทั่วถึง เพื่อช่วยให้ Rider มีรายได้ที่มั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความสุขและเติบโตไปพร้อมกับ Robinhood

 

เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ ลดค่าใช้จ่ายให้ Rider

ขณะที่พี่บิ๊ก คุณสีหนาท ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด เห็นว่า ecosystem ถือเป็นเรื่องสำคัญของ Robinhood หากขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไปจะไม่สามารถให้บริการที่ดีไปถึงมือลูกค้าได้ จึงทำให้เกิดการพัฒนา “Robinhood Rider Application” ขึ้นมา ด้วยการออกแบบดีไซน์ให้ใช้งานง่าย มีระบบการจ่ายงานที่ทั่วถึง ช่วยให้บริการลูกค้าใช้เวลาลดลง

โดยแอปฯ ดังกล่าวจะยึด 3 แกนหลักสำคัญทั้ง การเพิ่มรายได้ ด้วยอัตราค่ารอบใหม่ โดย 2 กิโลเมตรแรกจะปรับเพิ่มขึ้น 7.5% เริ่มต้นที่ 43 บาทและไม่หักเปอร์เซ็นต์ รองรับฟีเจอร์ “Tip” จากลูกค้าที่จะให้บริการในอนาคตอันใกล้, การเพิ่มงาน โดยช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ Robinhood เตรียมขยายบริการสู่ธุรกิจรับ-ส่งของ (Express Services), บริการด้านสั่งซื้อสินค้าจากซูเปอร์มาร์เก็ต (Mart Service) และบริการจองที่พักการเดินทาง (OTA) ช่วยให้ Rider สามารถมีรายได้เสริมในช่วง Off Peak การจัดส่งอาหารได้

และการเพิ่มโอกาส ให้ผู้ที่ต้องการเป็น Rider แต่ไม่มีรถจักรยานยนต์สามารถทำงานได้ ด้วยโครงการ “Robinhood EV Bike” ด้วยการร่วมกับ 2 พันธมิตรอย่าง ETRAN และ H SEM ผู้ให้บริการรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสัญชาติไทย โดยเตรียมนำรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากว่า 200 คันให้ผู้ที่สนใจทำอาชีพ Rider ทั้งรายใหม่และรายเก่าเช่าในราคา 120 บาทต่อวัน พร้อมจุดเปลี่ยนแบตเตอรี่กว่า 18 จุดทั่วกรุงเทพฯ

โดยรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของพันธมิตรทั้ง 2 รายได้ผ่านการทดสอบอย่างเข้มข้น และสามารถขี่ได้ไกลสุด 120-140 กม.ต่อแบตเตอรี่ 1 ลูก และให้ความเร็วสูงสุด 100-120 กม./ชม. โดยตั้งเป้าภายในปี 2564 จะมีรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพร้อมให้บริการมากกว่า 1,500 คัน และมีจุดเปลี่ยนแบตเตอรี่กว่า 100 จุดทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งการใช้รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายลงถึง 4,000 บาทต่อเดือน โดยค่าเช่า 120 บาทต่อวันรวมค่าประกันและค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่แล้ว นอกจากนี้หากเช่าครบ 1,000 วัน Rider สามารถซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าได้ในราคา 1,000 บาท

 

กว่าจะมาเป็น Robinhood Rider

นอกจากเรื่องของแอปพลิเคชันสำหรับ Rider ที่สร้างขึ้นมายังมีเรื่องของชุดยูนิฟอร์มที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของ Robinhood Rider โดยชุดยูนิฟอร์มประกอบไปด้วย 3 ส่วนที่สำคัญ ทั้งในเรื่องของสี, ดีไซน์และวัสดุที่ใช้ในการตัดเย็บ โดยในเรื่องของสี ยูนิฟอร์ม Robinhood Rider จะใช้สีเหลืองส้มตัดกับสีม่วง และจะเป็นสีที่ใช้ในแอปพลิเคชันด้วย โดยจากการสำรวจพบว่า สีเหลืองส้มช่วยลดความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุทั้งในช่วงเวลากลางวันและเวลากลางคืนได้ดี รวมไปถึงสีเหลืองส้มยังเป็นส่วนหนึ่งของโลโก้ Robinhood นอกจากนี้สีเหลืองส้มยังให้ความรู้สึกถึงความเป็นมิตร ตัดกับสีม่วงซึ่งเป็นสีหลักของ SCB ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Robinhood

ส่วนการดีไซน์ยูนิฟอร์มของ Robinhood Rider มีการออกแบบเพื่อช่วยให้ Rider รู้สึกถึงความภาคภูมิใจ โดยมีการศึกษาจากการออกแบบเสื้อของนักแข่งรถจักรยานยนต์ทั่วโลก ซึ่งได้ Marc Marquez นักแข่งจากทีม REPSOL Honda เป็นต้นแบบ และการเลือกใช้วัสดุของชุดยูนิฟอร์ม โดยใช้เวลากว่า 2 เดือนในการค้นหาวัสดุที่ผ่านการทดสอบสุดโหดอย่างการขับขี่ท่ามกลางแดดร้อนเดือนเมษายน ซึ่งวัสดุที่นำมาใช้จะช่วยกันความร้อน รักษาความเย็นไว้แม้จะอยู่ท่ามกลางแสงแดด พร้อมตัดเย็บด้วยซิปกันน้ำ ช่วยให้ชุดยูนิฟอร์มสามารถกันน้ำได้ ขณะช่องด้านขวาถูกออกแบบมาให้ใส่มือถือสามารถหยิบใช้งานได้ง่าย และยางรัดขอบที่ออกแบบมาให้สวมใส่สบาย

ทั้งหมดนี้คือการเสริม ecosystem ให้กับ Robinhood Rider นอกจากนี้ยังมีการรักษามาตรฐานการให้บริการสำหรับ Robinhood Rider โดยจะมีทีม Social Listening ในการตรวจสอบความไม่พอใจของลูกค้าผ่านช่องทาง Social ต่างๆ นอกจากนี้ในกลุ่ม Rider ด้วยกันเองจะมีการตักเตือน ช่วยเหลือ เสนอแนะซึ่งกันและกัน ช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า Robinhood Rider มีคุณภาพและมาตรฐานในการให้บริการ ตามที่ลูกค้าหลายท่านให้เกียรติเรียก Robinhood Rider ว่าเป็น “สุภาพบุรุษไรเดอร์”


Gigolo
เมื่อเทคโนโลยีอยู่ใกล้กับชีวิตทุกคน มารู้เท่าทันเทคโนโลยีเพื่อใช้มัน แต่อย่าให้เทคโนโลยีมันใช้เรา