“เฮียฮ้อ” มองโอกาสธุรกิจบันเทิง เติบโตได้เพราะออนไลน์ ชูเรือธง RS Music ดาวรุ่งหลังปรับโครงสร้างใหม่ หวังให้ รบ.ช่วยซัพพอร์ต


 

บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ อาร์เอส กรุ๊ป ฟื้นตัวแรง ทำกำไรไตรมาส 1/2566 ที่ 92 ล้านบาท จากรายได้รวม 813 ล้านบาท โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 67% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการฟื้นตัวของธุรกิจสื่อ และรายได้จากการจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ที่สูงขึ้น รวมไปถึงการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายหุ้น CHASE บางส่วน มั่นใจครึ่งปีหลังรายได้เติบโตต่อเนื่องจากการจัดกิจกรรม คอนเสิร์ตและอีเวนต์ต่างๆ พร้อมเดินหน้าลุยเจรจาพาร์ทเนอร์รายใหญ่-รายย่อย ปิดดีลใหม่ๆ ทั้งธุรกิจคอมเมิร์ซ และธุรกิจมีเดียและเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ภายใต้โมเดล Entertainmerce ที่เป็นแต้มต่อสำคัญที่ทำให้ อาร์เอส กรุ๊ป แตกต่างและดึงดูดใจพาร์ทเนอร์ทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ธุรกิจเพลงเร่งยกเครื่องปรับโครงสร้างใหม่เพื่อ spin-off เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปีหน้า ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยผลักดันให้บริษัทฯ เติบโตในหลายมิติ ทั้งในแนวตั้งและแนวราบ รวมถึงในด้านรายได้ที่น่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

 

“เฮียฮ้อ” หรือ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แม้ในช่วงต้นปี จะเป็นช่วง Low season ของธุรกิจสื่อโฆษณา แต่รายได้ของ กลุ่มธุรกิจสื่อ ของอาร์เอส กรุ๊ป กลับเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างบริหารการขายทุกสื่อโฆษณาให้มารวมศูนย์อยู่ภายใต้สายงานการตลาดและขายสื่อโฆษณา (Media sales and Marketing) รวมไปถึงการจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ไปสู่ OTT platform และต่างประเทศที่สูงขึ้น ทำให้รายได้รวมอยู่ที่ 419 ล้านบาท

 

ส่วนของ ธุรกิจคอมเมิร์ซ นั้น RS Mall ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าของเรา ได้ปรับกลยุทธ์เพิ่มความหลากหลายของประเภทสินค้า ทั้งเครื่องใช้ภายในบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า และกลุ่มอาหารเสริมอื่นๆ ที่ไม่ได้ทับซ้อนกับสินค้าที่พัฒนาภายใต้บริษัท RS Livewell จึงทำให้ลูกค้ามีทางเลือกเพิ่มขึ้นและเป็นการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นด้วย ส่วน RS Connect ที่ประกอบด้วย ULife กับ DeBeste ก็มีการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เพื่อเสริมสร้างการเติบโตของรายได้ในระยะยาว ทำให้รายได้จากธุรกิจคอมเมิร์ซของไตรมาสแรกอยู่ที่ 395 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังรับรู้กำไรพิเศษจากการขายหุ้น CHASE บางส่วน มองว่าในไตรมาส 2/2566 รายได้จะกลับมาทำ New High อีกครั้งจากการจัดกิจกรรมทั้งคอนเสิร์ต อีเวนต์ รวมไปถึงการเพิ่มรายได้ใหม่ๆ จากธุรกิจคอมเมิร์ซ”

 

กางแผนรุกใน Q2

อย่างไรก็ดี ในไตรมาส 2 จนถึงสิ้นปี 2566 อาร์เอส กรุ๊ป มีแผนการดำเนินงานและเป้าหมายสร้างการเติบโตทางธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

 

RS Livewell

เดินหน้าออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ในหมวดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวภายใต้แบรนด์ well u, Vitanature+ ในส่วนของแบรนด์ Lifemate ล่าสุดได้ออกผลิตภัณฑ์ Lifemate Natural Pet Deo-Nourishing Spray สเปรย์ดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ ฉีดแล้วหอม พร้อมบำรุงผิว ยับยั้งแบคทีเรียได้ 99.99% ด้วยเทคโนโลยีไมโครแคป และ Lifemate Booster อาหารพักฟื้นสูตรโภชนาการครบถ้วน สำหรับสัตว์พักฟื้น ทานน้อย ต้องการสารอาหารและการบำรุง ด้าน RS Mall เพิ่มความหลากหลายของสินค้าจากพาร์ทเนอร์ พร้อมขยายช่องทางการขายไปยังสถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 1/2566

“ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ แม้ตอนนี้ตลาดจะได้รับผลกระทบจากการที่ผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัวดีนัก แต่กำลังซื้อของผู้บริโภคก็ค่อยๆ เริ่มกลับมา ทำให้รายได้เราทรงตัว และเชื่อว่าจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเรามีแผนจะออกสินค้าใหม่ เอสเคยูใหม่ซึ่งเชื่อว่าจะทำจะสามารถสร้างรายได้ให้กับเราได้”

 

RS Connect

พัฒนาโมเดลธุรกิจให้มีความหลากหลาย สามารถขายสินค้าได้ง่ายขึ้น มีการเปิดตัวยูไลฟ์ สเปซ ศูนย์บริการสำหรับลูกค้าและตัวแทนจำหน่าย (Business Partners) แบบครบวงจร พร้อมด้วยโซนช้อปปิ้งที่เปิดให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์นวัตกรรมคุณภาพสูงของยูไลฟ์ได้อย่างสะดวกสบายไร้รอยต่อยิ่งขึ้น รวมไปถึงการสร้างรายได้จากการแตกไลน์โมเดลธุรกิจ ‘ปิ่นโต’ ธุรกิจโมเดลใหม่สำหรับจำหน่ายสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพแบบ Subscription เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน

“สำหรับ RS Connect เราจะใช้กลยุทธ์แบบปิ่นโต คือ Subscription เชื่อมโยงกับ ULife และ DeBeste เชื่อว่าเราจะเห็นผลลัพธ์กลยุทธ์นี้ในช่วงครึ่งปีหลัง”

 

RS Pet All

เริ่มต้นธุรกิจด้วยการเข้าลงทุนใน บริษัท ฮาโตะ เพ็ท เวลเนส เซ็นเตอร์ จำกัด (Hato Pet Wellness Center) ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยงครบวงจรและเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน “Preventive Program” โปรแกรมการป้องกันดูแลและส่งเสริมให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพแข็งแรงชั้นนำของประเทศไทย ในสัดส่วน 51% ซึ่งล่าสุด ได้ทำการเปิดตัวโรงพยาบาลสัตว์กรุงเทพ-ชัยพฤกษ์ ศูนย์สุขภาพสัตว์เลี้ยงครบวงจร เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่แมสมากขึ้น นำเสนอบริการคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ โดย อาร์เอส กรุ๊ป พร้อมที่จะสนับสนุนให้ Hato เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น

“เร็วๆ นี้เตรียมที่จะเปิด เพ็ทช็อป แฟล็ฟชิพสโตร อีกด้วย โดยปิดปีจะเปิดถึง 6-7 สาขา เพราะเป็นแพสชั่นส่วนตัว ความที่ผมเป็นทาสน้องหมา และมั่นใจว่า Pet Economy จะทำให้เราสำเร็จตามเป้าได้ ซึ่ง Q1 เราก็ทำรายได้ไปแล้วกว่า 5 พันล้านบาท มีกำไร 10-20% ปีนี้ก็น่าจะจบตามเป้าหมายและเติบโตแบบก้าวกระโดด”

 

RS Multimedia

สำหรับช่อง 8 หลังจากมีการปรับกลยุทธ์ตามยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับสโลแกน “ข่าวช่อง 8 ที่นี่ของจริง” และการกลับมาอ่านข่าวอีกครั้งของ “พุทธ อภิวรรณ” ในรายการ “ลุยชนข่าว” ส่งผลให้เรตติ้งพุ่งแรงต่อเนื่อง ล่าสุดคว้าเรตติ้ง Nationwide 1.2% และสามารถเข้าถึงฐานผู้ชมกว่า 3.2 ล้านคน และจากนี้จะได้เห็นการปรับผังรายการต่างๆ ให้มีความเข้มข้นโดนใจกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น

 

RS Music

กำลังเปิดรับออดิชั่นคนรุ่นใหม่ที่มีความฝันก้าวสู่การเป็นศิลปินในสังกัด RS Music ภายใต้ โปรเจค RS Newcomers ในส่วน โปรเจค RS Homecoming นั้น มีการเปิดตัวศิลปินเบอร์แรก “บีม กวี” ที่กลับมาครั้งนี้พกพาความสนุกมาแบบคูณสาม กับการรวมตัวครั้งสำคัญของพ่อพ่อบีมกับแฝดตัวแสบอย่างพี่ธีร์น้องพีร์ใน Single ใหม่ เเนวเพลง Electronic Pop กับเนื้อหาเพลงของตัวพ่อสายเปย์ “Calll Me Daddy” ที่พร้อมทุ่มทั้งหัวใจ เปย์ไวแบบ Full Option! ติดตามชมความสนุกแบบจัดเต็มใน Music Video เพลง “Call Me Daddy”- Beam ft. Thee Phee 30 พฤษภาคมนี้ ในขณะเดียวกัน RS Music ได้เตรียมแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อเตรียมความพร้อมนำ RS Music เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ภายในเดือนพฤษภาคมนี้เช่นกัน

ในปีนี้ ยังมีกิจกรรมความบันเทิงอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ ‘VIBE SQUARE’ จาก 4th Apple โชว์เคสพิเศษจากศิลปินไทยที่จะโรดโชว์ไปตามสถานที่ต่างๆ คอนเสิร์ตและมิวสิคเฟสติวัลที่จัดขึ้นโดย COOLive และคอนเสิร์ต Grammy-RS ที่กลายเป็นปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ อีก 3 คอนเสิร์ต

นอกจากนี้ RS Music ยังมีแผนปิดดีลกับพาร์ทเนอร์ต่างประเทศในเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นดีลขนาดใหญ่ที่จะสร้างมูลค่าให้ทั้งกลุ่มและเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการผลักดัน RS Music ให้มีศักยภาพ ขยายธุรกิจให้เติบโตได้ทั้งในประเทศและระดับโลก และมีการปรับโครงสร้างธุรกิจเพลงใหม่ โดยรวมธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับเสียงเพลงทั้งหมดมาไว้ด้วยกัน ได้แก่ 3 ค่ายเพลงหลัก, สถานีเพลง COOLFahrenheit, โชว์บิส, การทำการตลาดออนไลน์และ ออนกราวนด์ รวมถึง Artist Management  ซึ่งการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในให้ชัดเจน และการปรับกลยุทธ์ของแต่ละธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์อยู่เสมอ ตอกย้ำให้เห็นว่า อาร์เอส กรุ๊ป เป็นองค์กรที่ไม่เคยหยุดนิ่ง และพร้อมเดินหน้ามุ่งสู่การเป็น ‘Life Enriching’ ที่ไม่ใช่แค่การเติมเต็มความสุขและความต้องการของผู้บริโภคด้วยผลิตภัณฑ์และบริการเท่านั้น แต่ยังต้องการ “ยกระดับในทุกมิติการใช้ชีวิต” ของลูกค้า เพื่อสร้างประสบการณ์แห่งความสุขไปพร้อมกับสร้างคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีให้กับผู้คนและสัตว์เลี้ยงผ่านทุกธุรกิจในเครือ ภายใต้โมเดลธุรกิจ Entertainmerce ที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะส่งผลให้องค์กรเติบโตขึ้นในหลากหลายมิติ และมั่นใจว่ารายได้ปี 2566 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้”

 

เมื่อถามว่าทำไมถึงคิดว่าควรกลับมาทำธุรกิจเพลงอีกครั้ง เฮียฮ้อ กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เราเห็นเทรนด์ที่ชัดเจนของออนไลน์และการสตรีมมิ่งที่เติบโตสูงมาก อีกมุมหนึ่งคือ ในการซื้อมีเดีย มันยังมีทั้งการซื้อกิจกรรม ซื้อคอนเสิร์ต ก็สามารถเก็บเงินจากโฆษณาได้ด้วย มันไม่ใช่แค่การขายทิกเก็ต แต่ได้เงินจากมีเดียด้วย ซึ่งตรงนี้ตอบโจทย์มาก ทำให้เราสนใจ ประกอบกับเรามีพาร์ทเนอร์มาคุยทั้งในและนอกประเทศ เลยเป็นสิ่งที่ทำให้ถูกที่ถูกเวลา

 

สิ่งที่อยากฝากถึงรัฐบาลชุดใหม่เกี่ยวกับการสนับสนุนธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์ เฮียฮ้อ กล่าวว่า “ฝากถึงรัฐบาลผมอยากเห็นการซัพพอร์ทอย่างจริงจังของศิลปะคอนเทนต์ โดยรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุน ไม่ต้องลีด ไม่ต้องชี้นำ เพราะเอกชนไทยเก่งมากอยู่แล้ว และถามองจากต่างประเทศ อย่างเกาหลี ในอดีตเขาตามหลังเรา เขาตามหลังเราเยอะเลย เขาต่างหากที่เรียนรู้จากเรา แต่ตอนนี้เมื่อรัฐบาลของซัพพอร์ตแบบไม่ได้หวังผล เขาก็เหมือนเรียนรู้ถูกผิดไปตลอด ซึ่งเอกชนเองก็ไปเรียนรู้เองด้วย สุดท้าย ประเทศที่เราจะเห็นว่าเขาประสบความสำเร็จได้นั้น เพราะเอกชนเป็นกองหน้า ไม่ใช่หน่วยงานรัฐมานำ ไม่ต้องมาจับคู่ใหม่ ซึ่งผมเชื่อว่าเรามีศักยภาพ ผมมองว่าเราเก่งมากเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์ เรามีศักยภาพพอเช่นเดียวกับธุรกิจท่องเที่ยวเลย”

 


pigabyte
การเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น มาเรียนรู้และสนุกไปกับบทความ จาก MarketingOops! กันนะคะ แล้วเราจะได้ค้นพบว่าโลกของ Marketing นั้น So Sexy and Cool!