ปัญหา Digital Transformation คือองค์กรทำไม่ถูกเรื่อง! เผยแนวโน้มปี 2020 กับเทรนด์ที่ต้อง “เปิดรับ” มากกว่า “เทคโนโลยี”


transformation 01

ก่อนจะพูดกันถึงเรื่อง Digital Transformation กับเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในปี 2020 ต้องทำความเข้าใจเสียก่อน ว่าการที่องค์กรรู้จัก ยอมดำเนินการ และลงทุนเกี่ยวกับเทคโนโลยีมากขึ้นนั้น ยังไม่ใช่วิธีปฏิบัติที่ถูกต้องทั้งหมด และไม่ใช่เทรนด์ที่จะได้เห็นในปี 2020 ด้วย

ประเด็นนี้มีการเปิดเผยผลสำรวจที่ชื่อว่า “การประยุกต์ใช้ AI ของไทย” ประจำปี 2019 โดยสถาบันไอเอ็มซี ซึ่งระบุว่า…

– ปีนี้เป็นปีที่องค์กรไทยเริ่มใช้งาน AI มากขึ้น

– “Chatbot” และ “Robot Process Automation” เป็นระบบงานยอดฮิตด้าน AI ที่องค์กรธุรกิจนิยมใช้งาน

– การยอมรับและใช้งาน AI มากขึ้น สะท้อนถึงการตระหนักและเห็นความสำคัญของปัญญาประดิษฐ์อย่างแพร่หลาย

– องค์กรส่วนใหญ่ยอมรับว่าปัญหาหลักของการใช้ AI คือ “ขาดบุคลากร” และ “ปรับตัวไม่ทันกระแส Disruption”

transformation 02

แล้ว ทิศทาง Digital Transformation 2020 จะเป็นอย่างไร ?

เรื่องนี้ชัดเจนว่า เทรนด์ดังกล่าวไม่ใช่แค่การลงทุนหรือใช้เทคโนโลยี แต่หมายรวมถึง…การให้ความสสำคัญกับทุก ๆ องค์ประกอบในการทำ Digital Transformation เช่น วัฒนธรรมองค์กร ทัศนคติผู้นำองค์กร เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลดังกล่าวพบว่า ธุรกิจของไทยอยู่ในช่วงเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของ AI โดยธุรกิจที่เป็นแนวหน้าเริ่มต้นปรับตัวไปแล้ว ได้แก่ สื่อ ค้าปลีก และบริการจัดส่งอาหาร ซึ่งธุรกิจเหล่านี้แข่งขันกันอย่างรุนแรงและเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมไปอย่างมากมาย

ในระดับโลก Gartner เคยสำรวจ CIO Survey 2019 จากผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 2,791 คน เมื่อเดือนมกราคม 2019 ซึ่งพบว่ามีการนำ AI มาใช้ในองค์กรเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าเป็นอย่างมาก จากเดิมที่ 72% ของกลุ่มตัวอย่างระบุว่าไม่มีการใช้งาน AI และมีการประยุกต์ใช้งานเพียงเล็กน้อย แถมส่วนใหญ่ใช้งานด้านการป้องกันภัยล่อลวง แต่ในปี 2019 กลุ่มตัวอย่างตอบว่าเริ่มนำ AI มาใช้ใน Chatbot และการยกระดับกระบวนการทำงานในองค์กรอย่างละ 26%

ส่วนในประเทศไทย จากการสำรวจของสถาบันไอเอ็มซี พบว่าธุรกิจไทยเริ่มนำ AI เข้ามาใช้งานในหลายด้าน ทั้งการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า การแนะนำสินค้าให้ลูกค้าแบบเฉพาะเจาะจง การตรวจสอบการฉ้อโกงทางการเงิน การให้คำแนะนำการลงทุนในสถาบันการเงินผ่านระบบอัตโนมัติ และการวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์ นอกจากนี้ยังมีการใช้ AI เพื่อป้อนข้อมูลจำนวนมากแบบอัตโนมัติ การใช้งานประมวลผลภาษา เช่น การแปลภาษา หรือการทำ Chatbot รวมถึงเทคโนโลยีจดจำใบหน้า

AI 03

องค์กรไทยบางส่วน “ไม่เข้าใจ AI” แถมฝากความหวังไว้กับ Outsource

การสำรวจครั้งนี้ชี้ชัดว่าองค์กรไทยราว 49.11% มีความรู้ความเข้าใจ AI ในระดับเริ่มต้น ขณะที่ 30.36% มีความรู้ความเข้าใจ AI ในระดับพอใช้ ส่วนองค์กรที่มีความรู้ความเข้าใจ AI ในชั้นดี มีอยู่ราว 11.60% และองค์กรที่ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจใน AI เลย มีสัดส่วนประมาณ 8.93%

อย่างไรก็ตาม 74.11% ของกลุ่มตัวอย่างไทยยอมรับว่า AI จะมีผลกระทบทำให้อุตสาหกรรมในธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดยมีเพียง 16.07% เท่านั้นที่คิดว่ามีผลเพียงเล็กน้อย ส่วนที่เหลือตอบว่าไม่แน่ใจหรือคิดว่าไม่น่าจะเปลี่ยนแปลง

ด้านแนวโน้มการดำเนินการด้าน AI ขององค์กรไทยส่วนใหญ่เป็นการจ้าง Outsource ราว 40.18% รองลงมาเป็นการดำเนินการเองแบบ In House 32.14% ขณะที่อีก 17.86% ของกลุ่มตัวอย่างระบุว่าจะใช้วิธีจัดหาซอฟต์แวร์สำเร็จรูป

AI 04

แต่เมื่อถามว่ามีการนำ AI มาใช้ในองค์กรหรือยัง กลับพบว่ามีองค์กรเพียง 10.70% เท่านั้นที่ใช้งาน AI แล้ว ขณะที่อีก 25.9% ระบุว่ากำลังอยู่ในแผนดำเนินการ และ 39.29% กำลังดำเนินการศึกษา โดยหากมีการนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในองค์กร ราว 60.71% เลือกทำ Chatbot ตามมาด้วยระบบอัตโนมัติ RPA 49.11% รองลงมาเป็นระบบแบ่งกลุ่มลูกค้า ระบบจดจำใบหน้า ระบบป้องกันการล่อลวง ระบบบริหารทรัพยากรบุคคล และระบบอื่น ๆ

ทั้งนี้ ผลสรุปจากการสำรวจครั้งนี้ พบว่าผู้บริหารระดับสูงในองค์กรไทย 50% เห็นความสำคัญของการนำ AI มาประยุกต์ใช้เป็นพิเศษ ขณะที่ 35.1% ตอบว่าสำคัญปานกลาง และอีก 14.29% ยังไม่ให้ความสำคัญและยังไม่มีการกล่าวถึง AI ในองค์กร


Ms.นกยูง
เมื่อโลกไม่เคยหยุดหมุน เราก็ไม่ควรหยุดเรียนรู้... ชวนคุณมาทำความรู้จักหลากหลายเรื่องราว ทั้งสาระและสีสันบนโลกดิจิทัลไปพร้อมกัน