“Pawtective Siren” เมื่อพวกเขาสื่อสารไม่ได้ แต่เสียงไซเรน จะช่วยชีวิตพวกเขาได้ แคมเปญช่วยสุนัขจร น่าชื่นชมจากอินโดนีเซีย  


 

อยากแนะนำหนึ่งแคมเปญที่น่าสนใจจากประเทศอินโดนีเซีย ในการดูแลสุนัขจร ซึ่งพบปัญหาที่น่าตกใจเมื่อ น้องๆ เหล่านี้กลับถูกมนุษย์ใจร้ายกลุ่มหนึ่งรังแก และกลายเป็นเรื่องราวที่น่าสลดใจ แต่มนุษย์ใจดีกลุ่มหนึ่งเองก็ต้องการที่จะช่วยดูแลน้องหมาเหล่านี้เช่นกัน จึงได้ร่วมกันคิดแคมเปญที่นำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยดูแลน้องๆ ด้วย

ทั้งนี้ จาก Pain point ที่กล่าวไปเบื้องต้น การทารุณสุนัขจรจัดในอินโดนีเซียเกิดขึ้นบ่อยครั้งอย่างน่าตกใจ แต่ส่วนใหญ่กลับไม่ถูกเปิดเผย โดยตามรายงานของสื่อท้องถิ่น มีสุนัขจรจัดตัวหนึ่งถูกพบในสภาพบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลังจากถูกชายคนหนึ่งเผาทั้งเป็นในกรุงจาการ์ตา โศกนาฏกรรมเช่นนี้สะท้อนให้เห็นว่ายังมีสุนัขจรจัดนับไม่ถ้วนที่ต้องสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว เมื่อผู้ทำร้ายลงมือบนถนนที่เงียบสงัดในยามค่ำคืน เสียงร้องของพวกมันค่อย ๆ จางหายไปก่อนที่ความช่วยเหลือจะมาถึง

เมื่อชีวิตตกอยู่ในความเสี่ยงและศูนย์พักพิงสัตว์เต็มล้น องค์กร Hope for Strays และ Fortuna Indonesia จึงเข้ามาแก้ปัญหาด้วยการนำเสนอแนวทางใหม่ในการปกป้องสุนัขจรจัด

ชวนรู้จัก “Pawtective Siren”  ปลอกคอสุนัขเพื่อการปกป้อง

งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าอัตราการเต้นของหัวใจสุนัขจะคงที่เมื่ออยู่ในภาวะสงบ แต่จะพุ่งสูงขึ้นเมื่อเกิดความตื่นตระหนก หวาดกลัว หรือถูกคุกคาม ใช่แล้วน้องๆ สุนัขก็มีความรู้สึกหวาดกลัวหวาดผวาได้ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์อย่างพวกเราเลย ดังนั้น จึงมีการนำเอาเทคโนโลยีปลอกคอสุขภาพอัจฉริยะสำหรับสัตว์เลี้ยงมาใช้เพื่อเชื่อต่อกับอัตราเต้นของหัวใจ

ทั้งนี้ ทีมงานได้พัฒนาเซ็นเซอร์ตรวจจับอัตราการเต้นหัวใจให้เชื่อมต่อกับ ไซเรนและไฟ LED เมื่อหัวใจสุนัขเต้นเร็วผิดปกติ เซ็นเซอร์จะสั่งการให้ไซเรนดังพร้อมไฟกระพริบ เพื่อข่มขู่ผู้ทำร้ายและเรียกความสนใจจากสาธารณะ จากนั้นระบบจะหยุดทำงานเมื่ออัตราการเต้นหัวใจกลับสู่ภาวะปกติ

การทดสอบและการใช้งานจริง

มีสุนัขกว่า 20 ตัวที่ได้รับการติดตั้ง Pawtective Siren และผ่านการทดสอบในสภาพแวดล้อมควบคุม เพื่อยืนยันความแม่นยำในการใช้งานจริง ต่อมาได้มีการติดตั้งอุปกรณ์จำนวน 500 ชุดบนสุนัขจรจัดทั่วกรุงจาการ์ตา เพื่อปกป้องพวกมันจากการถูกทำร้าย และสร้างการรับรู้เรื่องการปกป้องสุนัขจรจัดในสังคมอินโดนีเซีย

ทุกอุปกรณ์ยังมาพร้อม GPS Tracker เพื่อให้สะดวกต่อการดูแล เช่น การเปลี่ยนแบตเตอรี่และการติดตามตำแหน่ง

 

ปัจจุบันโปรเจ็กต์ Pawtective Siren กำลังขยายไปยังหลายเมืองทั่วประเทศอินโดนีเซีย พร้อมทั้งมีการระดมทุน การรับสมัครอาสาสมัคร และการผลักดันสู่การเติบโตในระยะต่อไป เพื่อให้โครงการดำเนินไปอย่างยั่งยืนและมีเป้าหมายชัดเจนในการปกป้องสุนัขจรจัดทั่วประเทศ

วิเคราะห์แคมเปญ Pawtective Siren

การต่อยอดของแคมเปญ Pawtective Siren มีความน่าสนใจในหลายประเด็น กลยุทธ์การติดตั้ง GPS Tracker เป็นการสร้าง Data Map ของความปลอดภัยในเมือง ข้อมูลจาก GPS สามารถวิเคราะห์ได้ว่า จุดไหนในเมืองที่ไซเรนดังบ่อยที่สุด ข้อมูลนี้สามารถนำไปเสนอภาครัฐเพื่อเพิ่มการตรวจตราหรือติดไฟกิ่งในซอยเปลี่ยวได้ เป็นการแก้ปัญหาระดับโครงสร้างจากฐานข้อมูลจริง (Big Data for Social Good) และนอกเหนือจากการนำเทคโนโลยีมาใช้แล้ว ยังดึงเอา Emotional มาเพื่อสร้างแรงกระตุ้นและแรงจูงใจให้เห็นถึงความสำคัญของแคมเปญด้วย ซึ่งสามารถขยายผลนำไปสู่การขอรับเงินสนับสนุนเพิ่มเติมให้กับองค์กรได้อีกด้วย

 

Pawtective Siren คือตัวอย่างของแคมเปญ Empowerment ผ่าน เทคโนโลยี ที่น่าสนใจมาก เพราะสามารถสร้างคนทั่วๆ ไปให่เป็นฮีโร่ของชุมชนได้ แค่คุณหันไปตามเสียงดังของไซเรน หรือแจ้งอาสาสมัครตามพิกัด ก็สามารถช่วยดูแลชีวิตเล็กๆ ที่ไร้ทางสู้ได้แล้ว

 

นับเป็นอีกหนึ่งแคมเปญจากทางอินโดนีเซียที่น่าสนใจ ซึ่งปัญหาสุนัขจรก็มีความใกล้เคียงกับประเทศไทย หรืออาจจะนำมาปรับใช้ในการแก้ปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ ในประเทศไทยก็ได้


pigabyte
การเรียนรู้ไม่มีวันจบสิ้น มาเรียนรู้และสนุกไปกับบทความ จาก MarketingOops! กันนะคะ แล้วเราจะได้ค้นพบว่าโลกของ Marketing นั้น So Sexy and Cool!